ต้อกระจก สาเหตุ การรักษา และการป้องกัน

Updated: Jun 14, 2019





ต้อกระจกคืออะไร ?


ต้อกระจก คือ ภาวะเลนส์ตาขุ่น ไม่ใช่กระจกตานะคะ โดยภาวะนี้จะทำให้มีอาการหลักคือมองเห็นภาพไม่ชัด ซึ่งลักษณะการมองเห็นภาพไม่ชัดนั้นมีหลายแบบ แต่ส่วนมากแล้วอาการจะค่อยเป็นค่อยไป หลักเดือนหรือหลักปีค่ะ ที่นี้การที่มองภาพไม่ชัดเกิดจากอะไรนั้นจะอธิบายง่ายๆด้วยภาพข้างล่างนะคะ

เห็นไหมคะ ว่าเลนส์ตาเป็นตัวกลางที่ทำให้แสงผ่านไปยังจุดรับภาพหรือจอประสาทตาได้ ดังนั้นการที่เลนส์ตาขุ่นหรือมีภาวะต้อกระจกจะทำให้แสงที่ภาพเข้าไปยังจุดรับภาพหรือจอประสาทตา กระจัดกระจาย ไม่คงที่และไม่มากพอ ทำให้ภาพที่ออกมาจากสมองเป็นภาพเบลอค่ะ

ลักษณะอาการเบลอหรือมัวของภาพมีได้หลายแบบดังที่กล่าวไปแล้วนะคะ เช่น มัวในที่มีแสงสว่างจ้ามากกว่ามัวในที่มืด หรือ มัวทั้งภาพ เห็นภาพซ้อนเป็นต้นค่ะ บางคนมีอาการสายตาเปลี่ยนบ่อยไปวัดแว่นทีไรก็ไม่ชัดซักทีก็มีนะคะ


สาเหตุของต้อกระจก


1. จากอายุที่มากขึ้น ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี มีโอกาสที่จะเป็นต้อกระจกได้ค่ะ

2. ยาสเตียรอยด์ ( steroid ) ซึ่งผู้ที่มีโอกาสจะได้รับยานี้ได้แก่ โรคภูมิแพ้, โรค SLE หรือคนที่กินยาต้ม ยาหม้อ ยาสมุนไพร อาจจะมีส่วนประกอบของสาร สเตียรอยด์ ( steroid ) ได้ค่ะ

3. อุบัติเหตุทางตา

4. แสงยูวี


ผลแทรกซ้อน


จริงๆแล้วโรคต้อกระจกเป็นโรคที่ค่อยเป็นค่อยไป น้อยครั้งที่จะมีผลแทรกซ้อนอะไรค่ะ แต่มีภาวะหนึ่งที่อันตรายมากคือภาวะต้อหิน ที่เกิดจากเลนส์ตาสุกเต็มที่แล้วมันบวมค่ะ จนปิดทางระบายน้ำในลูกตา ทำให้น้ำในลูกตาระบายไม่ได้เกิดอาการปวดตาขึ้นเฉียบพลันได้ ซึ่งจะพบในผู้ป่วยที่เป็นต้อกระจกมานานจนสุกแล้วค่ะ ดังภาพข้างล่าง



โรคนี้เรียกว่า Phacomorphic Glaucoma หรือ ต้อหินจากต้อกระจกที่บวมเปล่งค่ะ จะเห็นว่าคนไข้จะมีอาการปวดตา ตาแดง เฉียบพลันและส่องไฟจะเห็นเลยว่าตาดำจะขาวผิดปกติค่ะ เวลาปวดในกรณีนี้ยาอะไรก็เอาไม่อยู่นะคะ


การรักษาต้อกระจก


ต้อกระจกมีวิธีการรักษาเดียวคือ การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการรักษามาตรฐานในปัจจุบันทั่วโลก และวิธีที่นิยมมากที่สุดคือ การทำ Phacoemulcification หรือ เฟโกอีมัลซิฟิเคชั่น คือการใช้เครื่องเสียงความถี่สูงเข้าไปสลายเลนส์ตาเก่าให้มีขนาดเล็กแล้วใส่เลนส์ตาใหม่เข้าไป

การผ่าตัดสลายต้อกระจกวิธีเป็นการผ่าตัดแผลเล็กมากขนาด 3 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่จึงไม่ต้องมีการเย็บปิดแผล ซึ่งการผ่าตัดเป็นวิธีที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยใช้เวลา เฉลียประมาณ 10-30 นาที แล้วแต่ประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดและความยากของเคส นอกจากนี้การใส่เลนส์ตาเทียมใหม่จะสามารถแก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียง หรือ สายตามองใกล้ผิดปกติได้ด้วย


ชนิดของเลนส์ตาเทียม


1. Monofocal IOL เป็นเลนส์ตาเทียม ชนิดมองไกลได้ระยะเดียว สามารถแก้ไข สายตาสั้น ยาว ที่มีอยู่เดิมก่อนผ่าตัดได้ ซึ่งเป็นเลนส์ตาเทียมที่นิยมใช้มากใน รพ.ทั่วไปในประเทศไทย

2. Toric IOL เป็นเลนส์ตาเทียมที่แก้ไขสายตาเอียง

3. Multifocal IOL เป็นเลนส์ตาเทียมที่มองได้หลายระยะ นิยมใช้ในต่างประเทศและโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย

ทั้งนี้การจะเลือกใช้เลนส์ตาเทียมแบบไหนนั้นต้องอาศัยการปรึกษากับคุณหมอที่จะผ่าตัด เพราะสิ่งที่ต้องคำนึงได้แก่ สภาพตา อาชีพ ชีวิตประจำวัน เพราะเลนส์ที่ใส่เข้าไปนั้นมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันค่ะ


ผลแทรกซ้อนของการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม


การผ่าต้อกระจก เป็นการผ่าตัดที่มีความปลอดภัยสูง และมีผลข้างเคียงน้อย โดยผลแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้แก่ การมีเลือดออกในลูกตาและหรือเบ้าตาจากการฉีดยาชา กระจกตาขุ่นมัวจากเซลล์ตาไม่แข็งแรง  การติดเชื้อ จอประสาทตาหลุดลอก ปวดตา แสงจ้า การเลื่อนหลุดของเลนส์แก้วตาเทียม ในกรณีที่พบความรุนแรงยิ่งขึ้น คือ มีการสูญเสียดวงตาและการมองเห็นซึ่งภาวะที่กล่าวมาพบได้น้อยมาก และอาจเกิดในระยะเป็น วัน สัปดาห์ เดือน หรือหลายปี หลังการผ่าตัดและขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ป่วย

การมองเห็นหลังผ่าตัดยังขึ้นอยู่กับภาวะของจอประสาทของผู้ป่วยอีกในบางรายอาจ ได้รับการรักษาหรือผ่าตัดเพิ่มเติม รวมถึงการยิงเลเซอร์เพื่อช่วยในการมองเห็น


หมอพรรักษ์

Drphornrak@gmail.com

Facebook : @drphornrak

Line ID : @drphornrak

Instagram : drphornrak

Hotline : 0616392241

163 views

If you are interested, please send your photo for a preliminary consultation through link below

  • Line_Rounded_Solid_icon-icons.com_61550.
  • Instagram
  • Facebook
  • tel_835977
SUBSCRIBE TO BLOG

 

Sign up for our online newsletter blog to find out more about treatments and what we do

Double eyelid surgery copyright by drphornrak
+6616392241